โดนขโมยทุบกระจกฉกของ โชคร้ายแบบนี้ประกันรถช่วยอะไรได้บ้าง

0 Comments

โชคร้ายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับใครและเวลาใดก็ได้ ยิ่งในเรื่องของรถยนต์ด้วยแล้ว โอกาสที่เราจะต้องเผชิญกับโชคร้ายในการขับขี่เดินทางเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็มีอยู่เสมอ และถึงแม้ว่าบางครั้งรถเราจะจอดอยู่เฉย ๆ ในที่จอดรถ โชคร้ายก็ยังไม่ปราณีเรา มีขโมยมาทุบกระจกและฉกทรัพย์สินสิ่งของที่อยู่ในรถเราไป สำหรับคนที่ทำประกันรถไว้อาจสงสัยว่า หากเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นประกันจะช่วยอะไรได้บ้างไหม มาดูคำตอบกัน

ประกันรถก็จะคุ้มครองที่ตัวรถ

หลายคนอาจเข้าใจไปว่า ถ้าทำประกันชั้น 1 ไว้หากรถโดนทุบกระจกและทรัพย์สินภายในรถ เช่น กระเป๋าสตางค์ โน้ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือ ถูกขโมยไปในคราวเดียวกัน ประกันจะชดเชยให้ในเรื่องนี้ ความเข้าใจนี้ถูกเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะประกันรถจะให้ความคุ้มครองเพียงแค่ตัวรถ คือ ในส่วนของกระจกที่แตก รวมไปถึงในส่วนของประตูรถที่อาจเสียหายไปด้วยเท่านั้น

สำหรับทรัพย์สินที่อยู่ภายในรถนั้น ประกันจะไม่ได้คุ้มครองครอบคลุมมาในส่วนนี้ หากว่าคุณโดนทุบกระจกรถและถูกขโมยของไป จึงต้องแยกเป็น 2 ส่วน ในส่วนความเสียหายของรถก็ให้เคลมประกันไป แต่ในส่วนทรัพย์สินที่หายไปก็ให้คุณไปดำเนินการแจ้งความที่สถานีตำรวจ ให้ตำรวจช่วยติดตามทรัพย์สินของเราคืนมา

โดนทุบกระจกจะเคลมประกันอย่างไร

คงเข้าใจตรงกันแล้วว่าถ้ารถโดนทุบกระจกและโดนขโมยของในรถ ประกันจะช่วยชดเชยให้ในส่วนความเสียหายของรถเท่านั้น แม้ว่าอาจจะไม่มากนักแต่ก็ถือว่ายังดีกว่าที่ไม่ได้ชดเชยตรงส่วนนี้ไปเลย และถ้าคุณต้องการจะเคลมประกันรถในกรณีเช่นนี้ ก็ให้ทำดังนี้

  • โทรศัพท์ติดต่อเข้าไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุของบริษัทประกันที่คุณทำไว้ ซึ่งถ้าอยู่ที่เกิดแล้วหรือพบเหตุแล้วให้รีบโทรแจ้งไว้ทันที จากนั้นให้เล่ารายละเอียดอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่อง
  • ขณะที่อธิบายรายละเอียด ให้แจ้งยี่ห้อรถ ทะเบียนรถ รวมไปถึงหมายเลขกรมธรรม์ของประกันที่เราทำไว้ให้แก่เจ้าหน้าที่ด้วย ตรงไหนจำไม่ได้ก็ให้หาเอกสารทะเบียนมาเตรียมไว้ก่อน
  • เจ้าหน้าที่รับเรื่องอาจจะขอดูหลักฐานเบื้องต้น ให้เราถ่ายรูปรถของเรา รวมไปถึงถ่ายภาพในบริเวณรอบ ๆ ที่เกิดเหตุเอาไว้ด้วย เพราะสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความได้
  • ดำเนินการแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ที่เกิดเหตุ
  • แจ้งรายละเอียดของทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบ ตรงไหนไม่แน่ใจก็ให้หารายละเอียดไว้ล่วงหน้า จะได้ให้ข้อมูลในทรัพย์สินได้ชัดเจน

ขั้นตอนต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ จะเป็นการดำเนินการขอเคลมประกันและเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินการเรื่องทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปในเวลาเดียวกัน อันจะช่วยให้ขั้นตอนต่าง ๆ ง่ายขึ้น เนื่องจากว่าหากตำรวจสามารถตามจับตัวหัวขโมยได้เร็ว ก็จะทำให้เราสามารถดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหายได้อีกทาง และทางบริษัทประกันก็จะไม่ต้องการหลักฐานอะไรเพิ่มเติมมากมายด้วย เพราะมีผู้ต้องหาเป็นผู้ยืนยันเหตุการณ์นั่นเอง

สรุปแล้ว แม้ว่าในกรณีนี้ประกันรถจะช่วยเหลือเราได้เพียงแค่ความเสียหายของตัวรถก็ตาม แต่ก็ถือว่ายังดีกว่าที่เราต้องไปเสียเงินซ่อมเอง เสียทั้งของเสียทั้งเงินค่าซ่อมรถก็คงจะช้ำหนักแน่ ๆ นี่จึงเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการทำประกันภัยรถเอาไว้ ซึ่งถ้าใครสนใจที่จะทำบ้างแต่ยังเลือกประกันที่ชอบไม่ได้ ลองใช้บริการของ Easy Compare ดูได้ เปรียบเทียบประกันให้และยังซื้อได้ครบจบในที่เดียวแบบสะดวกที่สุด